บทความ

เงินได้เลี้ยงชีพหลังเกษียณจากการออมผ่านแหล่งเงินออมระยะยาว

ในขณะที่คนไทยมีชีวิตยืนยาวมากขึ้น  สิ่งที่เป็นความกังวลใจก็คือ เงินได้เลี้ยงชีพสำหรับชีวิตหลังเกษียณ  การออมสะสมในวัยทำงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น      สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการออมในวันนี้     ประเด็นคำถามที่สำคัญ   ก็คือ ออมอย่างไรจึงเพียงพอต่อการเลี้ยงชีพในวัยหลังเกษียณ   บทศึกษานี้  ใช้อัตราทดแทนรายได้ร้อยละ  50 *  เป็นดัชนีชี้วัดความเพียงพอ    และประมาณอัตราทดแทนรายได้ที่ผู้ออมจะได้รับภายหลังเกษียณอายุภายใต้กรณีการออมต่าง ๆ  เพื่อเป็นแนวทางการวางแผนการออม      ทั้งนี้   อัตราทดแทนรายได้  หมายถึงสัดส่วนเงินได้เลี้ยงชีพที่ผู้ออมจะได้รับในวัยหลังเกษียณอายุเทียบต่อรายได้เฉลี่ยในช่วงก่อนเกษียณอายุ            ปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออัตราทดแทนรายได้ที่จะได้รับในอนาคตมีหลายปัจจัย    ที่สำคัญๆ  ได้แก่   อัตราออม   (ในบทศึกษานี้ หมายความรวมถึงอัตราเงินออมของผู้ออมเอง  และอัตราเงินออมสมทบที่ผู้ออมได้รับจากนายจ้าง  และ/หรือรัฐบาล)     จำนวนปีของการออม    นโยบายลงทุนซึ่งกระทบต่ออัตราผลตอบแทน  จำนวนปีที่จะใช้เงินออมหลังเกษียณอายุ   การบริหารเงินออมในส่วน

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ กฎหมาย อาคารชุด

สวัสดีครับ  ผมขอนำเสนอ  สาระน่ารู้เกี่ยวกับ กฎหมายอาคารชุด   ตามพระราชบัญญัติ อาคารชุด ฉบับ ล่าสุด ปี พ.ศ. 2552  นะครับ 1.  มาตรา 18   เจ้าของห้องชุดต้องช่วยกันออกค่าใช้จ่าย สำหรับทรัพย์ส่วนกลาง   เจ้าของร่วมต้องออกค่าใช้จ่ายที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดูแลรักษาและการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลาง ตามอัตราส่วนที่เจ้าของร่วมแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง  ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าใช้จ่ายในการเก็บขยะ ค่าใช้จ่ายการใช้กระแสไฟฟ้าส่วนที่ให้ความสว่างแก่อาคาร (นอกห้องชุด) เช่น ทางเดิน ที่จอดรถ บันได ทางเดิน ค่าจ้างพนักงานทำความสะอาด พนักงานรักษาความปลอดภัย  2. มาตรา 18 / 1 บทลงโทษเจ้าของห้องชุดที่ไม่ชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลาง “ในกรณีที่เจ้าของร่วมไม่ชำระเงินตามมาตร 18 ภายในเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสิบสอง ต่อปี ของจำนวนเงินค้างชำระ โดยไม่คิดทบต้น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในข้อบังคับ เจ้าของร่วมที่ค้างชำระเงินตามมาตรา 18 ตั้ง แต่ 6 เดือนขึ้นไปต้องเสียเงินเพิ่ม ในอัตราไม่เกินร้อยละยี่สิบต่อปี  และอาจถูกระงับการให้บริการส่วนรวมหรือการใช้ทรัพย์ส่วนกลางตาม

ประสบการณ์จริงคนขึ้นศาลคดี Easybuy

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ดิฉันมีกำหนดต้องไปไกล่เกลี่ยที่ศาล ตามภูมิลำเนาค่ะ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิต และถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยอยากแบ่งปันให้ท่านอื่นๆค่ะ สำหรับยูเมะดิฉันก็หยุดจ่ายตั้งแต่ มิถุนายน 2554 แล้วค่ะก็มีโทรมาทวงเป็นระยะตลอดเวลาที่เราไม่ได้ชำระเลย และก็มีการเสนอส่วนลดให้ตลอด ซึ่งดิฉันก็มีการจดบันทึกไว้ทุกครั้ง แต่ด้วยความที่ว่าดิฉันไม่ได้มีเงินเก็บเลย ก็เลยไม่สามารถที่จะปิดบัญชีตามที่พนักงานติดตามหนี้เสนอมาได้ ก็เลยต้องปล่อยให้เป็นไปตามระบบ ดิฉันมีพวกบัตรต่างๆที่เป็นหนี้ ประมาณ 10 กว่าบัตรได้ รวมๆก็สามแสนกว่า และก็ทยอยปิดไปทีละบัตร ตั้งแต่ปี 55 ที่ผ่านมาตามกำลังที่เราจะหามาได้ ดิฉันก็ได้ข้อมูลจากชมรมที่แห่งนี้แหละค่ะ อ่านเท่าที่จะสามารถอ่านได้ ยอมรับค่ะว่ามีประโยชน์มากๆ แรกๆ ก็มองไปทางไหนก็มืดมิดค่ะ พอมาอ่านข้อมูลในนี้ เหมือนเป็นแสงสว่างให้คนเป็นหนี้ได้ปลดนี้จริงๆ อยากให้เพื่อนๆที่เป็นหนี้อยู่เข้ามาอ่านมากๆ จะได้มีแรงบันดาลใจและข้อมูลในการปลดนี้และเชื่อว่าแค่ไม่กี่อึดใจหนี้ที่มีอยู่ก็จะหมดไปค่ะ ออกทะเลมาไกลเลยพูดถึงเรื่องที่ไปขึ้นศาลมาดีกว่าค่ะ ....ดิฉัน

ความหมายของการนัดขึ้นศาล

ถ้าในหมายศาล (หน้าแรก) เขียนเอาไว้ว่า ให้จำเลยมาศาลเพื่อการไกล่เกลี่ยในวันที่ xx เดือน xxxxx พ.ศ.2555 และให้จำเลยมาศาลเพื่อการสืบพยานโจทก์ในวันที่ xx เดือน xxxxx พ.ศ.2555 ก็แสดงว่าในหมายศาลที่คุณได้รับนั้น...ได้มีการระบุวันที่ให้คุณไปขึ้นศาลถึง 2 ครั้งด้วยกัน...ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งวันที่ระบุไว้ในครั้งแรกก็คือ วันนัดไกล่เกลี่ย (นัดที่หนึ่ง)  และวันที่ระบุไว้ในครั้งที่สองก็คือ วันนัดสืบพยาน หรือ "วันสู้คดีความ" (นัดที่สอง) ส่วนสำหรับวันนัดในครั้งสุดท้ายนั้น (นัดมาฟังคำพิพากษา) จะไม่ถูกระบุไว้อยู่ในหมายศาล เนื่องจากยังไมมีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้ว่า คดีนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด...ก็ต้องรอให้การสืบพยาน (การสู้คดีความ) จนถึงที่สุดแล้วนั่นแหละ ศาลท่านถึงจะบอกนัดอีกทีได้ว่า ให้คู่กรณีทั้งสองมาฟังคำพิพากษาได้ในวันไหน? ซึ่งโดยปกติแล้ว วันนัดในหมายศาล ตามที่ยกตัวอย่างมาในข้างบนนี้...ในปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยมีกันแล้ว...หาได้ยากเต็มที (ก็คือมีการระบุถึงวันที่นัดครั้งที่หนึ่ง และระบุถึงวันที่นัดครั้งที่สอง) เพราะว่าในปัจจุบันนี้ วันนัดที่ระบุไว้ในหมายศาล...ซึ่งส่วนมากศาลท่านมักจะใช้กัน

ถูกศาลพิพากษาแล้ว อีกนานแค่ไหนถึงจะโดนอายัดเงินเดือน?

ถาม : ถูกศาลพิพากษาแล้ว อีกนานแค่ไหนถึงจะโดนอายัดเงินเดือน? ตอบ : การอายัดเงินเดือน หรือการอายัดทรัพย์ใดๆนั้น จะใช้เวลานานเท่าใดมันขึ้นอยู่กับความขยันของฝ่ายโจทก์(เจ้าหนี้) ที่จะเป็นผู้นำคำพิพากษาของศาลไปเขียนคำร้องต่อกรมบังคับคดีให้เป็นผู้ทำการ อายัด โดยให้เหตุผลว่าลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล(ดื้อแพ่ง) จึงจำเป็นต้องยื่นคำร้องดังกล่าว ดังนั้น...ระยะเวลาในการอายัดใดๆ ของกรมบังคับคดี หลังจากที่ศาลได้พิพากษาไปแล้วนั้น...มันจึงไม่แน่นอน (ถึงแม้นว่าในคำพิพากษา จะเขียนเอาไว้โดยชัดเจนว่า บังคับภายใน 15 วัน ก็ตามที) เพราะเงื่อนไขของระยะเวลาดังกล่าว มันขึ้นอยู่กับทางฝ่ายโจทก์(เจ้าหนี้)เอง ว่าจะไปยื่นเรื่องเมื่อไหร่? ยังมีเงื่อนไขแห่งความล่าช้าของการอายัดอีกประการหนึ่ง...กล่าวคือ เนื่องจากยังมีคดีในการติดตามอายัดต่างๆ ที่ค้างอยู่ในกรมบังคับคดีจำนวนมหาศาล ที่ยังรอคิวเพื่อทำเรื่องส่งอายัดอยู่อีกตั้งมากมายหลายคดี โดยทั้งนี้ทั้งนั้น ยังขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่ของกรมบังคับคดีในแต่ละจังหวัดอีกด้วย เพราะในบางจังหวัดมีคดีในการฟ้องร้องบังคับคดีกันน้อยมาก อย่าง จังหวัดซึ่งอ

ประสบการณ์คนทำโรงแรมขนาดเล็ก

บทส่งท้าย  การทำโรงแรม ประสบการณ์การเจอคนมากหน้าหลายตา เจอหลายอารมณ์ คนหลายแบบ แบบดี ๆ ก็มีเยอะ แบบมาไม่ดี แต่ก็ยังพักกับเราก็มีมาก หลายคนมาเที่ยว มาพักโรงแรม แล้วรู้สึกว่าเป็นธุรกิจที่น่าทำ ผมก็เป็นหนึ่งคนที่เคยรู้สึกแบบนั้น แต่พอได้มาทำ กลับไม่ใช่สิ่งที่เคยคิด คาดหวังไว้ มีลูกค้าบางคนมาแล้วชอบที่นี้ บอกว่ามีที่ดินอยู่ มีเงินอยู่ก้อน อยากกลับไปทำแบบนี้บ้าง ขอคำปรึกษาหน่อย ผมเลยตอบไปว่า อย่าทำเลยดีที่สุด ถ้าคิดจะทำจริง ๆ หาคนอยู่นอนเฝ้าโรงแรมตอนกลางคืน อย่าเอาโรงแรมเป็นบ้าน และควรจะเป็นช่างซ่อมให้เป็น อย่างน้อยดูไฟ ดูประปาให้พอได้ก็ยังดี   ที่บอกไม่ให้เอาโรงแรมเป็นบ้าน เพราะคุณจะไม่มีวันได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม บางทีลูกค้าเมามาตอนตี 2 ตี3 บางทีลูกค้ามานั่งกินเหล้ากันที่รับแขกบ้าง ที่ทานอาหารบ้าง หรือถึงขนาดบางทีลูกค้ามาเคาะประตูจะเอานู้นนี้นั้น ตอนที่คุณหลับไปแล้วบ้าง ส่วนที่บอกให้มีนิสัยช่าง คือของพวกนี้มักจะเสียตอนกลางคืน หรือตอนทีไม่สามารถเรียกช่างมาดูได้ ดังนั้นคุณควรจะพอดูให้เป็น พอซ่อมแก้ขัดไปได้......                                ลูกค้าที่ดี ๆ มีเยอะ ก็เป็นกำลังใจให้เร

บทสัมภาษณ์ผู้ประกอบการบูติคโฮเต็ลในจังหวัดชายแดนไทยพม่า ตอนที่ ๒

คุณคาดหวังว่าโรงแรมของคุณจะมีชื่อเสียง หรือ มีคุณภาพที่ดีที่สุดในระดับไหน แค่คาดหวังไว้ว่า ลูกค้าจะมาแม่สอด ก็นึกถึงที่นี้เป็นอันดับแรก หรืออยู่ในตัวเลือก 3 อันดับแรกก็พอใจแล้ว ด้านคุณภาพจะพยายามรักษาให้อยู่ในระดับอย่างต่ำต้อง ดี คือ ห้องต้องสะอาด สะดวก สบาย ปลอดภัย และที่สำคัญจะพยายามให้ปลอดโสเภณี 100 % 9. ประสบการณ์ที่แปลกและน่าตื่นเต้น หรือ น่าจดจำที่สุดจากการทำโรงแรมของคุณคืออะไร เหตุการณ์ที่น่าจดจำที่สุด น่าจะเป็น ลูกค้าต่างชาติ (เวียดนาม) เดินเข้ามาคนเดียวเปิดห้อง บอกว่าจะอยู่แค่ 6 โมงเย็น เพราะต้องขึ้นรถไปต่างจังหวัด แล้วเมาจนพูดไม่รู้เรื่อง ส่งเสียงดัง บอกว่าจะมีเพื่อนมาหาเยอะมาก และพูดอะไรก็ไม่รู้ หัวเราะคนเดียว โวยวายคนเดียว เตะแก้ว เตะขวดล้มในห้อง พอใกล้เวลาต้องเช็คเอาท์ บอกว่าไม่ไปแล้วจะอยู่ต่อ เลยบอกไปว่าไม่ได้ มีลูกค้าท่านอื่นจองมาแล้ว ตอนแรกแจ้งว่าจะอยู่แค่ 6 โมงเย็น เขาก็ไม่ยอม บอกว่าจะมีเพื่อนมาหาเยอะแยะ แล้วก็เดินกลับเข้าห้องไป ประตูก็ไม่ปิด แล้วเอะอะโวยวาย เป็นภาษาเวียดนาม (เหมือนด่าอะไรสักอย่าง) แล้วก็ล้มฟุบนอนบนพื้น (แอบไปดู เพราะไม่ปิดประตูห้อง)