วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ประสบการณ์จริงคนขึ้นศาลคดี Easybuy

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ดิฉันมีกำหนดต้องไปไกล่เกลี่ยที่ศาล ตามภูมิลำเนาค่ะ เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิต และถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยอยากแบ่งปันให้ท่านอื่นๆค่ะ

สำหรับยูเมะดิฉันก็หยุดจ่ายตั้งแต่ มิถุนายน 2554 แล้วค่ะก็มีโทรมาทวงเป็นระยะตลอดเวลาที่เราไม่ได้ชำระเลย และก็มีการเสนอส่วนลดให้ตลอด ซึ่งดิฉันก็มีการจดบันทึกไว้ทุกครั้ง แต่ด้วยความที่ว่าดิฉันไม่ได้มีเงินเก็บเลย ก็เลยไม่สามารถที่จะปิดบัญชีตามที่พนักงานติดตามหนี้เสนอมาได้ ก็เลยต้องปล่อยให้เป็นไปตามระบบ

ดิฉันมีพวกบัตรต่างๆที่เป็นหนี้ ประมาณ 10 กว่าบัตรได้ รวมๆก็สามแสนกว่า และก็ทยอยปิดไปทีละบัตร ตั้งแต่ปี 55 ที่ผ่านมาตามกำลังที่เราจะหามาได้ ดิฉันก็ได้ข้อมูลจากชมรมที่แห่งนี้แหละค่ะ อ่านเท่าที่จะสามารถอ่านได้ ยอมรับค่ะว่ามีประโยชน์มากๆ แรกๆ ก็มองไปทางไหนก็มืดมิดค่ะ พอมาอ่านข้อมูลในนี้ เหมือนเป็นแสงสว่างให้คนเป็นหนี้ได้ปลดนี้จริงๆ อยากให้เพื่อนๆที่เป็นหนี้อยู่เข้ามาอ่านมากๆ จะได้มีแรงบันดาลใจและข้อมูลในการปลดนี้และเชื่อว่าแค่ไม่กี่อึดใจหนี้ที่มีอยู่ก็จะหมดไปค่ะ

ออกทะเลมาไกลเลยพูดถึงเรื่องที่ไปขึ้นศาลมาดีกว่าค่ะ ....ดิฉันก็ไปตามวันที่ระบุไว้ในหมายคะ ไปถึงก่อนเวลานัดประมาณ 30 นาทีได้ ศาลนัด 16.30 น. พอไปที่ศาลบอกเจ้าหน้าที่ว่ามาคดีไกล่เกลี่ยของอิซี่บายไม่ทราบว่าต้องไปติดต่อที่ไหน เจ้าหน้าที่ก็ใจดีบอกทางให้ ของดิฉันเป็นห้องพิจารณาคดีค่ะ แว่บแรกก็รู้สึกกลัวเหมือนกันนะคะ คิดว่าเป็นห้องที่เข้าไปนั่งคุยไม่ได้มีศาลมานั่งบัลลังก์
                แต่ที่ไหนได้เหมือนในหนังเลยค่ะ ดิฉันเลยนั่งและรวบรวมสติซักพักหน้าห้อง จากนั้นก็เดินไปตรวจสอบชื่อของเราที่เขาจะแปะไว้ว่าเวลาดังกล่าวมีใครบ้าง โอ้โหหหห ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เพื่อนเพียบ คดีบัตรอิซี่บายเวลาเดียวกับดิฉันนั้น 10 คนค่ะ ซักพักทนายเห็นดิฉันนั่งอยู่ก็เรียกเข้าไปนั่งรอในห้องพิจารณาคดี และหยิบเอกสารให้หนึ่งใบ เป็นข้อเสนอจากทางอิซี่บายค่ะ

 ในหมายฟ้องรวมทั้งหมดมันจะอยู่ที่ 109,071.98 บาท แต่ที่บริษัทเสนอมาให้คือ 90,000 บาท จ่ายขั้นต่ำ 1000 บาท ภายใน 3 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย หากพ้นกำหนด 3 ปีไปแล้ว คิดดอกเบี้ยอัตรา 15% ต่อปี ดิฉันจึงถามทนายเพิ่มว่า ที่มาวันนี้เราสามารถต่อรองส่วนลดได้ไหม เขาเลยบอกว่า เอางี้พี่มาคนแรกเลย ผมลดให้เหลือ 85,000 ละกัน ให้แค่คนเดียวนะ ดิฉันมาคิดๆดู ความสามารถในการจ่ายก็โอเค 3 ปีไม่มีดอกเบี้ย ถ้าจะจ่ายให้หมดไปเลยก็เดือนละ สองพันกว่าบาทเอง ด้วยความสงสัยดิฉันก็ถามอีกว่า ถ้าเราจ่ายไปได้ซักระยะ เราพอจะปิดบัญชีได้เราโทรไปติดต่อขอส่วนลดได้อีกไหม ทนายก็บอกว่าได้ ดิฉันเลยตกลงตามที่เขาเสนอมา ในบรรดาที่ดิฉันเป็นหนี้ก็ตัวนี้แหละคะที่เยอะที่สุด ในเมื่อข้อเสนอที่เขาให้เรามีความสามารถจ่ายได้ก็ควรจะจ่ายค่ะ เพราะดิฉันก็ถือคติที่ว่าเป็นหนี้ก็ต้องจ่าย จ่ายแล้วจะได้หมดเวรหมดกรรมซะทีคะ จากนั้นรอให้ศาลท่านมานั่งบัลลังก์สรุปค่ะ ศาลท่านใจดีมากพอเรียกชื่อเรา ก็ยืนขึ้น ท่านก็ถามว่าเป็นหนี้เขาเท่านี้นะ เจรจาแล้วยอมจ่ายเท่านี้นะ ยังไงก็ขอให้ตั้งใจจ่ายให้หมดๆ ไปซะนะจะได้ไม่ต้องมาที่นี่อีก ท่านก็ยิ้มๆ หลังจากออกห้องพิจารณาคดีแล้ว ดิฉันรุ้สึกสบายใจมากๆเลยค่ะ การมาศาลไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลยนะคะเพื่อนๆ ขอให้เรามีข้อมูล มีสติเท่านี้ ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดีแล้วค่ะ

ดิฉันต้องขอบคุณเวบบอร์ดชมรมฯ นี้มากๆค่ะ ที่ให้ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการรับมือพนักงานทวงหนี้ วิธีการเจรจาต่อรองขอลดหนี้ และข้อมูลดีๆ อีกเยอะแยะมากมาย ที่ทำให้ดิฉันปลดหนี้ได้ 3 บัตรภายใน 1 ปี และดิฉันตั้งใจว่าก่อนสิ้นปีนี้ ทุกๆอย่างที่ดิฉันเป็นหนี้อยู่จะเคลียร์ปิดบัญชีให้หมดค่ะ ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและอดทนนะคะ

2 ความคิดเห็น:

  1. ตอนนี้หนูเป็นหนี้บัตรเครดิตอีซี่บายค่ะ เอกสารมาให้ปิดยอด17000 บาท แต่หนูไม่มีเงิน เพราะต้องหาเงินจ่ายค่ารถ ค่าเช่าร้าน ค่าอื่นๆในการทำมาหากินอีกมากค่ะ เคยโทไปประนอมหนี้แล้ว1ครั้งแต่ก็ไม่ได้ไปจ่าย วันนี้เอกสารปิดยอดมา17000 บาท หนูควรทำยังไงดีคะ เครียดมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่มีก็คงยังไม่จ่ายครับ เดี๋ยวเขาก็มาสืบทรัพย์เพื่อยึดทรัพย์ต่อไปครับ

      ลบ