วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แนวทางรับมือเมื่อได้รับหมายศาลแบบบ้านๆ โดยคุณแก้วจ๋า ชมรมหนี้บัตรเครดิต

แก้วจ๋าขอออกตัวก่อนว่า ที่ตั้งกระทู้นี้ ไม่ใช่คิดว่า ตัวเองเป็นเซียนขึ้นศาล แค่ได้รับเกียรติจาก 11 เจ้าหนี้ยื่นฟ้องประมาณ 22 บัตรเครดิตและสินเชื่อเท่านั้นค่ะ แต่เห็นว่า ใครๆมักถามบ่อยเรื่องเกี่ยวกับหมายศาล ได้แล้วต้องทำตัวยังไงดี แก้วจ๋าจึงขอตั้งกระทู้นี้เพื่อเป็นแนวทางให้สมาชิกเลือกไปพิจารณาปรับให้ เข้ากับมูลหนี้และความสามารถของตัวเองนะค่ะ

แก้วจ๋าขอเน้นแนวทาง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนะค่ะ ไม่เน้นข้อกฎหมาย ไม่เน้นทนาย แก้วจ๋าและชมรมฯ เข้าใจว่า ลูกหนี้ทุกคนมีความทุกข์มากพอแล้ว ไม่อยากให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มถ้าไม่จำเป็น เงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณควรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและในยามจำเป็น จริงๆค่ะ

ขอเกริ่นเรื่องระยะเวลาตามระบบก่อน โดยนับจากเดือนที่หยุดจ่ายค่ะ แต่ละท่านอาจไม่เหมือนกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ การติดต่อสื่อสารระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้เป็นไปด้วยดี สม่ำเสมอหรือเปล่าด้วยค่ะ ยิ่งลูกหนี้หนี ไม่รับ ไม่รู้ และมูลหนี้สูง ยิ่งส่งผลให้เจ้าหนี้เร่งส่งฟ้องก่อนหมดอายุความค่ะ

1-4 เดือน →ทวงหนี้ , 4-6เดือน→ เริ่มขอปรับโครงสร้างหนี้ , 6เดือนขึ้นไป→ เตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการฟ้องค่ะ

แก้วจ๋าเข้าใจความรู้สึกของทุกคน ที่ได้รับหมายศาลมาห้อยหน้าประตูหน้าบ้านครั้งแรกค่ะ มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครอยากได้อยากเจอสิ่งนี้หรอกค่ะ หน้าตาของหมายศาลค่ะ



P1000698_1.jpg



แต่อยากให้คิดในทางบวกว่า สิ่งนี้ใช่ไหมที่ทำให้เราเครียดและกลัวจนนอนไม่หลับ และแล้วเราก็ได้มันมาแล้ว เราควรยิ้มรับดีใจ เพราะเป็นวันที่รอคอยมานาน ให้กำลังใจตัวเองเหมือนเรากำลังถูกรางวัล Jackpot ก็ได้ค่ะ
อยากให้นึกว่า หมายศาลไม่ใช่คำประหารชีวิต ไม่ใช่จุดจบของคำว่า หนี้ค่ะ ยังมีอีกมากมายที่ต้องเจอหลังจากนี้ค่ะ แล้วการไปขึ้นศาลไม่ใช่วันไปชำระหนี้ค่ะ เราไปศาลเพื่อไปไกล่เกลี่ย ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อน ตกใจกลัวหาเงินไม่ทันใช้เขาค่ะ ไม่ต้องพกเงินไปศาลมาก เอาแค่พอสำหรับเดินทางและทานอาหารทานน้ำค่ะ


 ความรู้สึกของแก้วจ๋าเมื่อได้รับหมายศาลแรก เป็นเคสของ Amex ที่ฟ้องหลังจากหยุดมา 6เดือน
วันนั้นแก้วจ๋าได้รับหมายศาลแรกเมื่อกลับจากที่ทำงาน กำลังนำรถเข้าจอด รปภ. ประจำสำนักงานของน้อง นำหมายศาลที่เปลือยเปล่ามายื่นให้ แก้วจ๋ารับด้วยความตกใจ ใจหายแม้จะเตรียมใจมาพอสมควร มองไปรอบตัวเห็นมีแต่สายตาความอยากรู้อยากเห็นว่า ทำไมคุณนายคุณหนูคนนี้ไม่เคยต้องไปเขตฯ ด้วยตัวเอง มีรถขับไปทำงานบริษัทฯระดับอินเตอร์ ถูกฟ้องเรื่องอะไร แก้วจ๋ารีบเดินจ้ำกลับเข้าบ้าน สมองยังมึน ไม่รู้จะจัดการยังไงกับหมายศาลข้างหน้านี้ เหมือนวินาทีนั้นชีวิตหยุดเดิน สติหลุดไปชั่วขณะ ถามว่า อายไหม ก็อายนะเข้าห้องมานั่งมองหมายศาลสักพักใหญ่ แล้วสูดหายใจให้เต็มปอด ขยับแว่นแล้วนั่งอ่านอย่างละเอียดและพยายามทำความเข้าใจแต่ละหน้า สรุป เมื่อพอเข้าใจ ก็ขอคำชี้แนะจากคุณอาค่ะ เอกสารทุกอย่างดูเหมือนถูกต้อง ขั้นตอนต่อไป คือ เดินหน้ารอวันไปศาลค่ะ คุณอาถามว่า ไปได้ไหม แก้วจ๋าอยากเรียนรู้ จึงตอบว่า ได้ค่ะ แม้ใจยังปอดๆ เอาน่า คงไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าการรับโทรศัพท์ทวงหนี้อีกหรอกนะ เราสร้างหนี้เองก็ต้องมั่นใจเกิน 100 ที่จะจบหนี้ได้เองค่ะ ลุยเดี่ยวตั้งแต่เคสแรกค่ะ

 1 ครั้งแรกที่ได้รับหมายศาล

อยากแนะนำ ให้อ่านใบปะด้านหน้าอย่างเข้าใจ สำคัญที่สุด คือจำวันเดือนปี สถานที่ ที่ต้องไปขึ้นศาลค่ะ ตรวจดูชื่อเรา หมายเลขบัญชีหรือบัตรเครดิต ส่วนด้านในหมายศาลจะระบุคำฟ้อง ยอดฟ้อง พร้อมดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้อยากได้คืน เอกสารเกี่ยวกับเจ้าหนี้ สำนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการฟ้อง ใบสมัครของเรา เอกสาร statement ตั้งแต่เริ่มใช้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อจนถึงวันหยุดชำระ และฟ้อง เอกสารหนังสือแจ้งการยกเลิกบัตรเครดิตหรือสินเชื่อ ความหนาบางของหมายศาลขึ้นกับระยะเวลาการเป็นสมาชิก และปริมาณการใช้ค่ะ ของแก้วจ๋ามาเป็นอย่างหนาเกือบทุกบัตร

อย่าลืมตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองว่า เจ้าหนี้ใช้สิทธิฟ้องคุณ

1 เกินกำหนดอายุความหรือไม่ โดย บัตรเครดิตอายุความฟ้อง 2 ปี ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลมีอายุความฟ้อง 5 ปี นับจากวันที่คุณผิดนัดชำระครั้งแรก..

2 การฟ้องถูกต้องหรือไม่ เช่น ฟ้องบัตรเสริมไม่ได้ ฟ้องศาลพื้นที่ที่ไม่ใช่ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของคุณไม่ได้ (เนื่องจากคดีผู้บริโภคต้องฟ้องพื้นที่ที่จำเลยมีทะเบียนบ้านอยู่เท่านั้น) เป็นต้น

หากเกิดกรณีดั่งข้างต้นนี้ สิ่งที่ควรกระทำคือ ต้องนำหมายศาลไปให้ทนายเขียนคำให้การแย้งว่าการฟ้องนี้ไม่ถูกต้อง และเป็นโมฆะค่ะ (แม้เจ้าหนี้ฟ้องไม่ได้แต่ยังทวงหนี้ต่อได้นะค่ะ)

  ขั้นที่สอง คือ การวางแผน

ต้องถาม และสำรวจตัวเองนับตั้งแต่วันที่หยุดชำระ จนถึงวันที่ฟ้อง มีการเตรียมตัวหรือเปล่า

2.1 คุณทำงานประจำ หรืองานส่วนตัว หรือตกงาน
2.2 ความสามารถในการหารายได้ และภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
2.3 จำนวนเงินออมเพื่อปลดหนี้มีถึงครึ่งของยอดฟ้องไหม (มีแต่ไม่ถึงครึ่ง หรือ ไม่มีเลย)
2.4 มีจำนวนเจ้าหนี้เท่าไร หยุดชำระพร้อมกันไหม (ใกล้จะฟ้องตามมาหรือไม่)
2.5 คุณมีทรัพย์สินชื่อคุณมากแค่ไหน (บัญชีเงินฝาก บ้าน รถ ที่ดิน และอื่นๆ ที่สามารถถูกอายัดได้ เป็นต้น ไม่ว่าจำนองหรือเป็นของตัวเอง)
2.6 ทัศนคติเกี่ยวกับการถูกอายัดเงินเดือน (หากมี) กับอายัดทรัพย์สิน
2.7 การขึ้นศาลที่กทม. และปริมณฑล หรือ ต่างจังหวัด (เพื่อทราบว่า คดีจะดำเนินการเร็วหรือช้า)


กรณี 1 ไม่มีทรัพย์สินเลย และตกงาน คุณสามารถเลือก

1 จะไปศาลเอง เพื่อทำให้ศาลเห็นเจตนาไม่หนี มีปัญหาเรื่องเงินจริงก็ได้ ศาลอาจเมตตาลดหย่อนดอกเบี้ยให้ค่ะ
2 ไม่ไปก็ได้ หากการเดินทางไปศาลมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ซึ่งแนะว่าควรเก็บเงินไว้ดีกว่า แล้วปล่อยให้ศาลพิพากษาตามฟ้อง ในกรณีนี้ อาจเสียเปรียบเจ้าหนี้ แต่ ณ วันนี้คุณควรเอาตัวเองให้รอดก่อน แล้วค่อยกลับมาเคลียร์กับเจ้าหนี้ทีหลังเมื่อพร้อม เพราะเจ้าหนี้ไม่สามารถดำเนินการอายัดใดๆ จากคุณได้ค่ะ


กรณี 2 ไม่มีเงินเดือนผ่านแบงค์ ไม่มีเงินออม แต่มีทรัพย์สินครอบครอง

คุณมีความเสี่ยงสูงหากไม่ไปศาลเลย เจ้าหนี้จะใช้สิทธิตามกฎหมาย ยื่นเรื่องไปขออายัดทรัพย์สินที่สืบได้ค่ะ แม้ทรัพย์สินนั้นจะถูกจำนองกับแบงค์อื่นค่ะ หรือมีชื่อผู้กู้ร่วมค่ะ การไปศาลจะช่วยชะลอการดำเนินการทางกฎหมายได้บ้างค่ะ เพื่อเลือกที่จะปล่อยทรัพย์สินด้วยตัวคุณเอง ดีกว่าให้เจ้าหนี้ยึดแล้วขายทอดตลาดในราคากลางค่ะ เพราะเงินที่ได้สามารถนำมาต่อรองเพื่อปิด ได้มากกว่า 1 เจ้าหนี้ค่ะ


กรณี 3 มีเงินเดือน มีทรัพย์สิน ไม่มีเงินออม

ในส่วนของบ้าน หากคุณไม่ได้ดำเนินการใดตั้งแต่ต้น ว่าด้วยเรื่องเปลี่ยนจากผู้เป็นเจ้าของ เป็นผู้อยู่อาศัย หรือ เปลี่ยนมือจากผู้กู้ คุณก็ไม่ควรดำเนินในวันที่ได้รับหมายศาลแล้วค่ะ เพราะจะกลายเป็นการอำพรางทรัพย์ มีโทษต่อคุณ ส่วนรถ เจ้าหนี้อายัดไม่ได้จนกว่า คุณจะผ่อนชำระจนครบค่ะ

ในกรณีนี้ แก้วจ๋าเห็นว่า คุณควรไปใช้สิทธิขึ้นศาล เพื่อ 1 ซื้อเวลารอวันที่พร้อม 2 แสดงเจตนาอยากชำระหนี้ถ้าพร้อม แม้คุณอาจเสียเปรียบเจ้าหนี้ในการต่อรอง แต่ไม่เสียสิทธิค่ะ คุณสามารถต่อรองได้ อาจได้รับข้อเสนอที่มีส่วนลดไม่มากเท่ากับคนที่มีความเสี่ยงสูง หรือคนไม่มีอะไรเป็นของตัวเองค่ะ



  ขั้นที่สาม

การไปศาลตามนัดสืบ ส่วนนัดไกล่เกลี่ย จะไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ ในกรณีบางคนได้รับการนัดไปศาล 2 ครั้งค่ะ อยากให้อ่านลิงค์นี้ น้องเขาทำดีมาก เล่าถึงการบรรยากาศไปศาลที่ไม่น่ากลัว ตั้งแต่เดินเข้าประตูจนถึงออกค่ะ
www.debtclub.consumerthai.org/index.php?option=com_kunena&view=topic&catid=6&id=18108&Itemid=64

3.1 นัดแรก

เพื่อไปรับฟังข้อเสนอจากเจ้าหนี้ โดยทั่วไป ทนายโจทก์จะได้รับมอบหมายอำนาจจากเจ้าหนี้ให้เจรจาต่อรองได้ แต่บางคนก็ไม่มี ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม หากรับทราบข้อมูลแล้ว ไม่สามารถทำตามได้ อย่าด่วนใจร้อน ให้กลับมาตั้งหลักใหม่ คุณสามารถเลื่อนนัดศาลครั้งนี้ไปก่อน ด้วยเหตุผลว่า ขอเวลาทนายโจทก์และศาลในการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้นอกรอบค่ะ การเลื่อนด้วยปากเปล่าอาจได้รับการเห็นชอบประมาณ 1 เดือน หรืออาจมากกว่านั้นแต่ไม่เกิน 2 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณงานที่ศาลค่ะ ทำให้คุณมีเวลารวบรวมเงินเพื่อไปต่อรองกับเจ้าหนี้ สามารถเลื่อนนัดศาลได้ไม่เกิน 3 รอบด้วยปากเปล่าค่ะ แต่ขึ้นอยู่กับฝ่ายโจทก์ยอมด้วยหรือไม่ค่ะ


3.2 ช่วงระหว่างรอการขึ้นศาลนัดที่ 2 คุณสามารถโทรสอบถามข้อเสนอจากสำนักงานที่ได้รับมอบหมายหรือเจ้าหนี้ตัวจริง ได้ค่ะ และต่อรองยื่นข้อเสนอตัวเองได้เช่นกัน การเจรจาจะสำเร็จผลได้ ต้องเป็นที่พอใจทั้ง 2 ฝ่าย อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ บางครั้ง การไม่มีอะไรเป็นของตัวเองทำให้คุณได้เปรียบในการต่อรอง (นี้คือที่มาของการปล่อยวางค่ะ ถ้าทำได้คุณจะไม่มีอะไรต้องเสีย) และบางทีเราต้องใช้จิตวิทยาในการเจราจา ทำให้เจ้าหนี้เข้าใจเจตนาของลูกหนี้ที่ดีว่า ไม่หนี แต่มีไม่พอ หรือ ไม่มีแต่อยากปิดใจจะขาดหากได้ตัวเลขที่ทำได้ จะนำมาถวาย 555 เทคนิคการเจรจา สำคัญที่เราต้องทำให้ตัวเองมั่นใจก่อน จึงสามารถโน้มน้าวเจ้าหนี้ได้ค่ะ อย่าผูกมัดตัวเองด้วยการรีบตกลงในสิ่งที่ทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะหากคุณผิดนัดชำระตามสัญญา เจ้าหนี้อาจคุยต่อยากขึ้น งอแงและเขี้ยวมากขึ้น อีกทั้ง เจ้าหนี้สามารถเร่งกระบวนการทางกฎหมายเร็วขึ้น (การอายัดเงินเดือน/ทรัพย์สิน)


ในการนี้ ข้อตกลงดังกล่าว สามารถกระทำได้ 2 กรณี

1 ส่งเป็นหนังสือหนังสือยืนยันหลักฐาน ไม่ว่าจะทาง FAX หรือ ทาง Email ไม่จำเป็นต้องรอบุรุษไปรษณีย์ค่ะ ก่อนนัดที่ 2 ในกรณีนี้ หากการชำระปิดหนี้เกิดขึ้นหลังจากนัดที่ 2 คุณต้องไปตามนัดที่ 2 เพื่อขอเลื่อนนัดอีกครั้ง จนกว่าการชำระจะเสร็จสิ้น แล้วทางเจ้าหนี้จะเป็นผู้ดำเนินการถอนฟ้องค่ะ
หรือ

2 เมื่อถึงนัดที่ 2 ไปศาล เพื่อเซ็นในเอกสารชื่อ สัญญาประนีประนอมยอมความหน้าศาลซึ่งจะระบุรายละเอียดตามที่คุณได้ตกลงกับ เจ้าหนี้ก่อนหน้านี้ และถือว่าการฟ้องคดีเป็นอันสิ้นสุด หากคุณผิดนัดชำระ เจ้าหนี้จะดำเนินการเรียกเก็บดอกเบี้ย 15% ตามกฎหมายกับยอดหนี้ที่เหลือค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ ขอให้ตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดว่า ตรงกับข้อตกลงที่คุยกันหรือไม่ หากมีข้อสงสัย สามารถแจ้งแก้ไขได้ค่ะ อย่าได้เกรงใจใคร


การทำสัญญาประนอมยอมความหน้าศาลนั้น ไม่แนะนำให้ทำหากเกินความสามารถของคุณ
คุณต้องประมาณการรายได้ตัวเองหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และจำนวนเจ้าหนี้ที่เหลือให้รอบคอบ หากรับยอมความเกิน 30 % ของรายได้หลังหัก คุณอาจกลับไปสู่วังวนขั้นต่ำเหมือนเดิม

แก้วจ๋าใช้วิธียอมความหน้าศาลเกือบทุกเคส ยกเว้น Amex เพราะพิจารณาแล้วว่า ตัวเองรับไหว
และแก้วจ๋าได้ต่อรองจนถึงที่สุดแล้วด้วยค่ะ หากเจ้าหนี้ไม่ลดหนี้ให้ แก้วจ๋าขอผ่อนรายเดือนต่ำไว้ก่อน
แต่ต้องปลอดดอกเบี้ยเท่านั้น จึงจะคุ้มค่าค่ะ แล้วพอผ่อนมาระยะหนึ่ง จะได้ส่วนลดจากเจ้าหนี้ เพื่อปิดหนี้ที่เหลือค่ะ

ในความเห็นของแก้วจ๋า เมื่อใดที่เจ้า หนี้ได้คำพิพากษามาอยู่ในมือแล้ว ลูกหนี้จะเป็นรองในการต่อรองค่ะ เจ้าหนี้จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมลด ไม่ยอมคุย ไม่มีนโยบาย เพราะเขาเล็งเห็นว่า เขาถือไพ่เหนือกว่า เขาสามารถส่งคำพิพากษาไปขออายัดเงินเดือน ในกรณีที่ลูกหนี้ได้รับเงินเดือนผ่านแบงค์ค่ะ แต่ข้อเสียสำหรับเจ้าหนี้ คือ เขาไม่ได้เงินทันที อีกทั้งคำพิพากษามักกำหนดให้จ่ายยอดเงิน (อาจตามคำฟ้อง) บวกกับดอกเบี้ยตามกฎหมายของเงินต้นนับตั้งแต่วันหยุดชำระ ในการนี้ ลูกหนี้ต้องจ่ายคืนในส่วนของดอกเบี้ยที่ค้างหมดก่อน เงินที่หัก 30% จึงมาหักเงินต้นทีหลัง ซึ่งแก้วจ๋าคิดเองว่า ไม่คุ้มเพราะแก้วจ๋าอยากลดหนี้ ไม่อยากได้หนี้เพิ่มค่ะ


3.3 เมื่อถึงกำหนดเวลานัดที่ 2 แต่ไม่ สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ไม่ว่าจะพยายามไกล่เกลี่ยกันหลายรอบแล้วก็ตาม คุณอาจตัดสินใจใช้วิธีสู้คดี ด้วยการเขียนคำให้การ ในประเด็นเรื่องดอกเบี้ย แต่ขอให้นึกด้วยว่า หากสู้คดีในประเด็นนี้ คุณต้องทำใจว่า ผลที่ออกมาอาจไม่ชนะ ผู้พิพากษาบางศาลอาจเห็นพ้องกับคำให้การ เห็นด้วยกับตารางหนี้ที่ส่งให้ แต่ก็มีหลายท่าน ไม่เห็นด้วย ท่านอาจมองว่า การเป็นหนี้เกิดขึ้นจริงด้วยความสมัครใจ และเมื่อเป็นหนี้ต้องชดใช้หนี้ค่ะ

คุณสามารถยื่นคำให้การเมื่อขึ้นนัด 2 หรือ นัด 3 ถ้ามี ศาลอาจให้เวลาก่อนนัดสืบพยาน 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของศาลแต่ละแห่งค่ะ
คุณอาจใช้ช่วงเวลานี้เจรจากับเจ้าหนี้ หากผลตอบรับดี คุณอาจปิดหนี้ได้ก่อนนัดสืบ ทางฝ่ายทนายโจทก์และจำเลยก็จะดำเนินการถอนฟ้องค่ะ


3.4 นัดสืบพยาน หลังจากสืบพยานจบสิ้น ยังมีช่วงเวลารอคำพิพากษาอีกประมาณ 1 เดือน คุณอาจใช้โอกาสนี้ ถ้ายังไม่เห็นแววตกลงกันได้ พิจาณาทางเลือกว่า

1 จะยอมให้เจ้าหนี้อายัดเงินเดือน หรือทรัพย์สินไหม (ถ้ามี) การอายัดเงินเดือนสามารถอ่านได้จากลิงค์นี้ค่ะ

ข้อดีจากการถูกอายัด คือ ถือว่าเป็นการจัดระเบียบเจ้าหนี้หากมีมากกว่า 1 ราย และลูกหนี้ยังไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ไม่ว่างวดเดียวหรือผ่อนชำระ

2 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาเป็นอีก 1 ทางเลือกค่ะ ถ้าฝ่ายโจทก์ชนะคดี และคำพิพากษานั้นออกมาทำให้คุณเสียเปรียบมาก การยื่นคำอุทธรณ์ต้องดำเนินการภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำพิพากษาค่ะ ในการยื่นอุทธรณ์นั้นมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ต้องพิจารณาให้ดีด้วยค่ะ แต่การยื่นอุทธรณ์จะทำให้คุณมีเวลาเก็บเงินอีกหลายเดือนค่ะ

3 หักคอจ่าย ซึ่งตัวแก้วจ๋าเองเคยหักคอจ่ายไปแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเจ้าหนี้ต้องการมากกว่าจำนวนเงินที่จ่ายไปแต่ละเดือน 1 เท่าตัว วิธีนี้ ใช้ได้กับเจ้าหนี้บางรายเท่านั้นค่ะ และควรพิจารณาจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้เหมาะสมกับยอดหนี้ตามคำพิพากษาพร้อม ดอกเบี้ยค่ะ

แก้วจ๋า ขออภัยหากมีตกหล่น เก็บตกจากศาลไม่ครบ และหากมีผู้ใดมีข้อมูลดีกว่า ก็มาแชร์กันนะค่ะ หวังว่าสิ่งที่แก้วจ๋าเล่ามา คงช่วยสมาชิกให้คลายกังวลไประดับ 1 และมีกำลังใจดีขึ้นเมื่อได้รับหมายศาลค่ะ
:สู้ๆ: :สู้ๆ: :สู้ๆ:

63 ความคิดเห็น:

  1. คุณแก้วจ๋าคะ
    รบกวนสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ไหมคะ

    ตอบลบ
  2. คุณแก้วจร้ารบกวนสอบถามข้อมูลเพิ่มได้ไหมค่ะ คืออยู่กทม.ไม่สะดวกจะไปศาล เราสามารถโทรเคลียขอจ่ายเป็นขั้นต่ำแต่ละเดือนได้หรือไม่ค่ะ เพราะถ้าไปมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สูงเลยทีเดียว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลองคุยกับเจ้าหนี้ดูครับ

      ลบ
    2. ยอดเงินเป็นหนี้ แค่13890 บาทฟ้องได้ไหมค่ะ

      ลบ
    3. อยากทราบเหมือนกันคะ ทำได้มั้ยคะ

      ลบ
  3. อยากปรึกษามากๆเลยค่ะ เดือนหน้าค่ะกลุ้มมาก
    ตอบด้วยค่ะหรือติดต่อกลับได้ไหมค่ะ
    Id:taohoo_za

    ตอบลบ
  4. อยากปรึกษามากๆเลยค่ะ เดือนหน้าค่ะกลุ้มมาก
    ตอบด้วยค่ะหรือติดต่อกลับได้ไหมค่ะ
    Id:taohoo_za

    ตอบลบ
  5. คุนแก้วจ๋า ถ้ากรณีหนี้เกิดจากบัตรเสริม ผู้ถือบัตรหลักไฝต้องไปขึ้นศาลหรือไม่คะ เพราะบัตรหลักชำระหมดแล้ว บัตรเสริมอดีตคนรักไม่ชำระคะ ดอกเบี้ย run ทุกเดือน ต้องทำอย่างไรบ้างคะ

    ตอบลบ
  6. ลองเสิร์ช ชมรมหนี้บัตรเครดิต กันนะครับ

    ตอบลบ
  7. เพิ่งได้รับหมายศาลวันที่ 15 พญ. 59 ครับ. ยังจับต้นชนปลายไม่ถุกว่าจะสู้หรือจะยอมจ่ายครับเพราะ ผมเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลของอิซี่บายมา ตั้งแต่ปี 50 ครับ หยุดจ่าย วันที่ 2 ตค. 50 (จ่ายไม่เกินวันที่5 ของเดือน) จากยอดประมาณ 5 หมื่นต้นๆ จากนั้น เขาก็ขายหนี้(โอนสิทธิให้กับบ.ทวงหนี้ กพ. 58 ในระหว่างนี้ก็ไม่ชำระเลยครับ) ต่อมาเจรจากันไม่ได้ เดือน พย.59 จึงฟ้อง ยอดตอนนี้ก็ประมาณ 141000 บาทครับ อยากได้คำแนะนำครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลองเสิร์ช ชมรมหนี้บัตรเครดิตดูนะครับ

      ลบ
  8. ขอสอบถาม ศาลให้เราจ่ายเดือนละ2000×24 พอเราจ่ายครบแต่หนี้ที่เป็นยังไม่หมดเราต้องทำอย่างไงต่อ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องคุยกับเจ้าหนี้ครับ

      ลบ
  9. ตอนนี้ศษลตัดสินคดีไปแล้วค่ะจะต้องทำไงบ้างค่ะเพราะไมาได้ไปศาลเลยเขาให้ดำเนินการจ่ายหนี้ทั้ใหมดเบยค่ะ

    ตอบลบ
  10. ไปขอคัดคำพิพากษาที่ศาลครับ

    ตอบลบ
  11. เราสามารถโทรขอเลื่อยวันขึ้นศาลได้ไหมคะ เพราะตัวดิฉันยุไกลค่าเดินทางไม่พร้อม พร้อมสิ้นเดือน อยากรุเราสามารถเลื่อยขอเปนสิ้นเดือนได้ไหม

    ตอบลบ
  12. เราสามารถโทรขอเลื่อยวันขึ้นศาลได้ไหมคะ เพราะตัวดิฉันยุไกลค่าเดินทางไม่พร้อม พร้อมสิ้นเดือน อยากรุเราสามารถเลื่อยขอเปนสิ้นเดือนได้ไหม

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องไปเลื่อนที่ศาลด้วยตนเองได้หนึ่งนัดครับ

      ลบ
  13. ผิดนัดชำระค่าโน้ตบุคเช่าซื้อผ่านธ.กรุงไทย ราคาในแคตตาล้อก มูลค่า16,990.-ตกลงผ่อนชำระ24เดือนงวดแรก855.งวดที่2-24งวดๆละ821.ต่อเดือนหลังจากผ่อนชำระ14งวดแล้วไม่ได้ผ่อนชำระอีกเลยค่ะ (วันที่เลือกสินค้ามาจากแคตตาล้อกมีรูปโน้ตบุคAcer W510พร้อมแป้นคีย์บอร์ดค่ะแต่ตอนได้รับของไม่มีคีย์บอร์ดเหมือนในรูปเป็นรุ่นออกมาใหม่ตอนนั้นกพ.ปี2556จึงไม่ทราบว่ามันแยกชิ้นจึงโทรไปถามตามเบอใบส่งถึงรู้ว่าถ้าจะเอาต้องซื้อเพิ่มในราคาหกพันบาทราคาค่อนข้างสุงจึงไม่เอาหลังจากใช้งานได้เดือนกว่าหน้าจอค้างชาร์ตแบตแล้วจอติดๆดับๆเองจึงไปให้ร้านซ่อมคอมฯในจังหวัดเช็คให้เขาแจ้งว่าถ้าเป็นอีกให้ใช้วิธีกดที่แป้นคีย์บอร์ดและเครื่องพร้อมกันเพื่อรีบูทเครื่องใช้งานได้ไม่ถึงเดือนอาการเดิมอี ก็หาซื้อในจังหวัดและต่างจ.สั่งในเน็ตก็ไม่ได้เลยระหว่างนั้นก็ไม่ได้ใช้เครื่องค่ะ ได้โทรไปที่บ.ที่เช่าซื้อเพื่อแจ้งอาการและสั่งคีย์บอร์ดแต่เขาแจ้งว่าต้องสั่งไม่มีของทันทีและจะติดต่อกลับแต่ไม่เคยติดต่อกลับมาเลย มีคนไปกทม.จึงฝากเครื่องไปเช็คศูนย์เอเซอ เสียค่าเปิดเครมพันกว่าทั้งที่อยู่ในประกันเครื่องไม่ได้เสียหายจากเราเลยทั้งที่ไม่ได้ใช้งานก็ผ่อนชำระมาตลอดค่ะจนมีปัญหาทางการเงินไม่ได้ทำงานมีค่าใช้จ่ายผ่อนบัตรเครดิต3แบงก์รวม4ใบและผ่อนรถยนต์1คันจึงโทรไปหาบริษัทอีกครั้งแจ้งปัญหาและขอคืนโน้ตบุคเพราะผ่อนไม่ไหวเก็บไว้ก็ใช้งานไม่ได้ แต่บ.แจ้งว่าไม่มีนโยบาย รับคืนต้องชำระตามที่ตกลงไว้ ้รู้ว่าคงทำอะไรไม่ได้ ก็เลยปล่อยเลยตามเลยค่ะ เพื่อเครียหนี้อื่ที่เร่งรัดก่อนตั้งแต่นั้นมาจึงตัดสินใจไม่จ่ายค่างวดอีกเลย และย้ายที่ทำงานย้ายบ้านไม่ได้รับใบแจ้งด้วยค่ะ ยอดที่ค้างชำระตอนนั้น มิ.ย.2557 ค้าง7,673บาท ตอนนี้มีหมายศาลมา บ.ยื่นฟ้องรวมแล้วต้องชดใช้ทั้งหมด 46,103บาทค่ะ
    คำถามคือ ต้องชำระยอดทั้งหมด ตามฟ้องนี้เลยหรือคะ หรือมีวิธีใหนช่วยแนะนำด้วยค่ะ
    ปัจจุบันทำงานเงินเดือน 11,000.-ไม่มีเงินเก็บค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไปดูบทความเรื่องหนี้จากการผ่อนสินค้านะ

      ลบ
  14. ผิดนัดชำระค่าโน้ตบุคเช่าซื้อผ่านธ.กรุงไทย ราคาในแคตตาล้อก มูลค่า16,990.-ตกลงผ่อนชำระ24เดือนงวดแรก855.งวดที่2-24งวดๆละ821.ต่อเดือนหลังจากผ่อนชำระ14งวดแล้วไม่ได้ผ่อนชำระอีกเลยค่ะ (วันที่เลือกสินค้ามาจากแคตตาล้อกมีรูปโน้ตบุคAcer W510พร้อมแป้นคีย์บอร์ดค่ะแต่ตอนได้รับของไม่มีคีย์บอร์ดเหมือนในรูปเป็นรุ่นออกมาใหม่ตอนนั้นกพ.ปี2556จึงไม่ทราบว่ามันแยกชิ้นจึงโทรไปถามตามเบอใบส่งถึงรู้ว่าถ้าจะเอาต้องซื้อเพิ่มในราคาหกพันบาทราคาค่อนข้างสุงจึงไม่เอาหลังจากใช้งานได้เดือนกว่าหน้าจอค้างชาร์ตแบตแล้วจอติดๆดับๆเองจึงไปให้ร้านซ่อมคอมฯในจังหวัดเช็คให้เขาแจ้งว่าถ้าเป็นอีกให้ใช้วิธีกดที่แป้นคีย์บอร์ดและเครื่องพร้อมกันเพื่อรีบูทเครื่องใช้งานได้ไม่ถึงเดือนอาการเดิมอี ก็หาซื้อในจังหวัดและต่างจ.สั่งในเน็ตก็ไม่ได้เลยระหว่างนั้นก็ไม่ได้ใช้เครื่องค่ะ ได้โทรไปที่บ.ที่เช่าซื้อเพื่อแจ้งอาการและสั่งคีย์บอร์ดแต่เขาแจ้งว่าต้องสั่งไม่มีของทันทีและจะติดต่อกลับแต่ไม่เคยติดต่อกลับมาเลย มีคนไปกทม.จึงฝากเครื่องไปเช็คศูนย์เอเซอ เสียค่าเปิดเครมพันกว่าทั้งที่อยู่ในประกันเครื่องไม่ได้เสียหายจากเราเลยทั้งที่ไม่ได้ใช้งานก็ผ่อนชำระมาตลอดค่ะจนมีปัญหาทางการเงินไม่ได้ทำงานมีค่าใช้จ่ายผ่อนบัตรเครดิต3แบงก์รวม4ใบและผ่อนรถยนต์1คันจึงโทรไปหาบริษัทอีกครั้งแจ้งปัญหาและขอคืนโน้ตบุคเพราะผ่อนไม่ไหวเก็บไว้ก็ใช้งานไม่ได้ แต่บ.แจ้งว่าไม่มีนโยบาย รับคืนต้องชำระตามที่ตกลงไว้ ้รู้ว่าคงทำอะไรไม่ได้ ก็เลยปล่อยเลยตามเลยค่ะ เพื่อเครียหนี้อื่ที่เร่งรัดก่อนตั้งแต่นั้นมาจึงตัดสินใจไม่จ่ายค่างวดอีกเลย และย้ายที่ทำงานย้ายบ้านไม่ได้รับใบแจ้งด้วยค่ะ ยอดที่ค้างชำระตอนนั้น มิ.ย.2557 ค้าง7,673บาท ตอนนี้มีหมายศาลมา บ.ยื่นฟ้องรวมแล้วต้องชดใช้ทั้งหมด 46,103บาทค่ะ
    คำถามคือ ต้องชำระยอดทั้งหมด ตามฟ้องนี้เลยหรือคะ หรือมีวิธีใหนช่วยแนะนำด้วยค่ะ
    ปัจจุบันทำงานเงินเดือน 11,000.-ไม่มีเงินเก็บค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. search ชมรมหนี้บัตรเครดิต ในกูเกิ้ลเลยครับ

      ลบ
  15. พอดีเป็นบัตรเครดิตค่ะไม่ได้ส่งมานานแล้วเพราะตกงานมีหมายศาลมาควรทำไงค่ะมีมอร์เตอร์ไซค์เป็นชื่อเราเพียงอย่างเดียวเจ้าหนี้จะยึดไหมค่ะ

    ตอบลบ
  16. พอดีเป็นบัตรเครดิตค่ะไม่ได้ส่งมานานแล้วเพราะตกงานมีหมายศาลมาควรทำไงค่ะมีมอร์เตอร์ไซค์เป็นชื่อเราเพียงอย่างเดียวเจ้าหนี้จะยึดไหมค่ะ

    ตอบลบ
  17. พอดีเป็นบัตรเครดิตค่ะไม่ได้ส่งมานานแล้วเพราะตกงานมีหมายศาลมาควรทำไงค่ะมีมอร์เตอร์ไซค์เป็นชื่อเราเพียงอย่างเดียวเจ้าหนี้จะยึดไหมค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าผ่อนหมดก็ยึดได้ครับ

      ลบ
  18. เป็นหนี้บัตรเครดิต ได้หมายศาลครั้งแรกมาคะ แต่อยู่ในกกรณี 2 ไม่มีเงินเดือนผ่านแบงค์ ไม่มีเงินออม แต่มีทรัพย์สินครอบครอง (เป็นที่ดินถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับพี่สาว แต่พี่สาวเอาไปจำนอง แล้วใช้ชื่อผู้จำนองร่วมกัน) อย่างนี้จะทำไงดีคะ เขาจะสามารถยึดทรัพย์ตัวนี้ได้มั้ยคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยึดได้ครับ บังคับขายทอดตลาด จำนองอยู่ก็บังคับได้ครับ

      ลบ
  19. อย่าลืมตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตัวเองว่า เจ้าหนี้ใช้สิทธิฟ้องคุณ

    1 เกินกำหนดอายุความหรือไม่ โดย บัตรเครดิตอายุความฟ้อง 2 ปี ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลมีอายุความฟ้อง 5 ปี นับจากวันที่คุณผิดนัดชำระครั้งแรก..

    ***ตรงนี้หมายความว่าไงหรือครับผมไม่ค่อยเข้าใจ พอดีของผมกู้สินเชื่อไปเมื่อปี50 เพิ่งได้รับหมายศาลมาปีนี้ปี60 นัดวันที่1 พย.60 นี้มีวิธีแนะนำไหมครับ

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ22 สิงหาคม 2560 02:14

    เป็นหนี้ของอีซีบายค่ะ30000บาท แต่ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ (แฟนเก่าเค้าเอาไปใช้ค่ะ)ถ้าเกิดมีหมายศาลขึ้นมาต้องทำยังไงค่ะ ตอนนี้มีใบแจ้งเตือนมาแล้วด้วยค่ะจะต้องจ่ายภายในหนึ่งอาทิตย์ค่ะ เพราะกลับไปเมืองไทยไม่ได้จนกว่าจะครบสันญาว่าจ้าง(สัญญาว่าจ้างเหลืออีก3ปีค่ะ)จะมีการดำเนินคดีอย่างไรค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. หมายศาลจะส่งไปตามที่อยู่ในทะเบียนบ้านครับ

      ยังไงก็ลองเสิร์ช ชมรมหนี้บัตรเครดิต ห้องกฎหมาย ดูนะครับ

      ลบ
  21. สอบถามคะ เป็นหนี้บัตรเครดิตอิออน มีหมายศาลมาแต่ไม่ได้ไปขึ้นศาลเนื่องจากมาทำงานที่ต่างประเทศก่อน แล้วมีหมายสรุปจากศาลมาให้ชำระหนี้ทั้งหมด แต่เราอยู่ต่างประเทศอีก 5 ปีถึงจะได้กลับ อย่างนี้จะมีปัญหาหรือผลอะไรมั้ยคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ศาลก็จะพิพากษาครับ

      ถ้ามีคำพิพากษา แต่ยังไม่จ่ายก็ จะไปสู่การบังคับคดี ยึดทรัพย์ต่อไป

      ลบ
    2. ได้หมายศาลบัตรเครดิต เราสามารถโทรหาเจ้าหนี้เพื่อประนอมหนี้ ได้มั้ยคะ โดยไม่ต้องไปศาล

      ลบ
    3. โทรไปคุยได้ครับ

      ลบ
  22. ได้หมายศาลมาแต่ไม่สามารถไปในวันที่ศาลนัดได้ เราสามารถเลื่อนวันได้ไหมค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องมอบอำนาจให้ทนายไปเลื่อนครับ

      ลบ
  23. ได้หมายศาลของอีซี่บายมาค่ะ แต่ไม่อยากไปศาลโทรไปคุยกับเจ้าหนี้ได้ไหมค่ะ เพื่อขอปิดยอดหรือผ่อนชำระเป็นงวดๆ แล้วไม่ต้องไปศาลค่ะทำได้ไหมค่ะแบบนี้

    ตอบลบ
  24. ลองโทรไปคุยดูครับ

    ตอบลบ
  25. บัตรเครดิต ktc โทรมาว่าจะฟ้องวันที่ 14 พ.ย. 60
    ให้รอรับหมายศาล
    อยากรู้ว่าหมายศาลจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะตัวดิฉันเองไม่ได้พักอยู่ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน แล้วอีกอย่างที่อยู่ในทะเบียนบ้านเป็นแฟลตข้าราชการไม่ได้มีเลขที่บ้านติดอยู่หน้าห้อง หมายศาลจะติดอยู่ที่ไหน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ส่งไปที่ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านครับ ยังไงก็เช็คกับโจทก์แล้วกันนะครับว่าขึ้นศาลวันไหน

      ลบ
  26. ผมได้รับหมายศาลของktcอ่ะครับ
    เค้านัด23/01/61
    ผมตกงาน ไม่มีเงินเก็บในบัญชีเลย ทรัพย์สินก็มีแค่มอไซค์1คัน
    แบบนี้ผมต้องไปมั้ยอ่ะครับ

    ตอบลบ
  27. ไปครับ ไม่มีไรหรอกครับ แต่มอเตอร์ไซต์ ผ่อนหมดแล้วเป็นชื่อคุณ เจ้าหนี้ยึดได้ครับ

    ตอบลบ
  28. กรณี เป็นหนี้บัตรเครดิต อีซี่ บาย เจ้าของบัตรเครดิตเคยขึ้นศาลนัดไกล่เกลี่ยแล้วแล้ว1รอบ จากนั้นเจ้าของบัตรได้เสียชีวิต และมีจดหมายส่งมาที่บ้าน1ครั้ง ทางเราส่งเอกสารกลับพร้อมกับใบมรณะของเจ้าของบัตรเครดิต แล้วเรื่องเงียบไปประมาณ3-4 เดือน และเมื่อวันที่ 21/01/2561 มีจดหมายส่งมาที่บ้าน อีกครั้ง ทางเรา(น้องสาว) จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ กรณีที่ไม่มีบุตร ไม่มีมรดก และ แม่ก็มีอายุ 80 ปี ??

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทายาทใช้หนี้แค่ไม่เกินไม่มรดกที่ได้ครับ ถ้าไม่มีอะไร ก็ไม่ต้องใช้ครับ บอกเขาให้ไปทวงเอากับอัฐิแม่คุณแล้วกันครับ

      ลบ
  29. ได้หมายศาลมาค่ะ เงินมี่ค้างทั้งหมด 21,000 อยากทราบว่าถ้าจะขอเจรจาจ่ายเดือนละ 2 พันแล้วไม่ต้องไปศาลได้มั้ยคะ

    ตอบลบ
  30. ต้องขอหลักฐานยืนยันจากเจ้าหนี้ครับว่าเขาให้คุณจ่ายเดือนละ สองพัน ถ้าตกลงกันเสร็จให้เขาถอนคดีออกมาครับ

    ตอบลบ
  31. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  32. รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ
    พอดีหนูติดหนี้อีซี่ยุ4000ตั้งแต่ยุกะแฟนเก่า
    แล้วก็ได้เลิกกะแฟนเก่าไปแต่แฟนเก่าเขาบอกจะจ่ายให้
    จนตอนนี้ผ่านมา6ปีกว่าๆพวกทวงหนี้ส่งจดหมายมาที่บ้าน
    แล้วก็ฝากเบอรโทรไว้ให้เราพอโทรไปพอเราโทรไปบอกให้เราเอาเงินมาจ่ายเขา34000แต่เขาบอกเขาจะลดให้เหลือ15000 อันนี้หนูก็พึ่งมารุ้ว่าเขาไม่จ่ายให้เราเลยแฟนเก่าแล้วตอนนี้หนูก็ไม่ได้ทำงานเลี้ยงลูกอย่างเดียวค่ะ อยากทราบว่าหมดอายุความหรือยังค่ะ หนูไม่เคยเป็นหนี้บัตรอะไรเลย อันนี้ครั้งแรกเลยค่ะในชีวิต

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. น่าจะหมดแล้วครับ ไปเช็คเครดิตบูโรดูว่ามันยังขึ้นหรือเปล่านะครับ

      ลบ
  33. เป็นหนี้11บัตร รวมยอด800000 ฟ้องใกล้เคียงกัน จะไปขึ้นศาลทุกบัตร เงินเดือน 35000 แล้วศาลจะตัดสินให้จ่ายหนี้ ทั้ง11บัตร พร้อมกันหรือใกล้เคียงเวลากันอย่างไร

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. แล้วแต่ศาลท่านเลยครับ ผมตอนไม่ได้

      ลบ
    2. ถ้าโอนทรัพย์สินไห้พี่สาวก่อนที่ศาลจะฟ้อง เจ้าหนี้สามารถยึดได้ไหมครับ

      ลบ
    3. ทำเป็นซื้อขายกับพี่สาวครับ และอย่าให้เจ้าหนี้รู้

      ลบ
  34. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
  35. เป็นหนี้บัตรยูโอบีประมาณ 500,000 บาท ทำปรับโครงสร้างหนี้แล้วแต่การผ่อนมีปัญหาทางแบงค์จะยื่นฟ้องถ้าโดนฟ้องแล้วจะขอผ่อนชำระที่ศาลได้หรือเปล่าทรัพย์สินก็มีบ้านผ่อนกับยูโอบีเหมือนกันแต่ผ่อนบ้าไม่มีปัญหาผ่อนมาตลอด ขอบคุณครับน่าจะโดนฟ้องเร็วๆนี้แล้วควรผ่อนบ้านต่อไปหรือเปล่า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผ่อนได้ครับ อันนี้แล้วแต่สถานการณ์การเงินของคุณ ว่าอยากเก็บบ้านไว้หรือเปล่า

      ลบ
  36. เป็นหนี้บัตร อยู่ 4 ใบตอนนี้มีหมายศาสมาเเล้ว 2 ใบ เราสามารถขอลดหนี้เเล้วขอผ่อนชำระเป็นงวดๆๆต่อได้มั้ย โดยที่ยังไม่ไปศาส เเล้วพอถึงเวลามีเงินก้อนเราสามารถเอาเงินก้อนไปปิดโดยขอส่วนลดเขาได้มั้ยครับ

    ตอบลบ
  37. เจรจากับเจ้าหนี้ตอนนี้ได้เลยครับ ว่าจะยังไง ถ้าไม่โอเคก็ไปคุยกันที่ศาล

    ตอบลบ
  38. พอดีพึ่งได้งานทำ อยู่หมายศาลมาที่โรงงานเพื่อมาให้ทางโรงงานหักเงินจากเดือน เราค่ะ อยากทราบว่าเราสามารถเจรจาต่อรองกับคู่กรณีไม่ให้หักจนเหลือ20000 ได้หรือไม่ค่ะ

    ตอบลบ
  39. ตอนนี้พึ่งได้รับหมายศาลให้ไปที่ศาลวันที่ 9/7/61 เป็นของเฟิร์สช้อยส์ ยอดประมาณ 55,xxx บาท ไม่แน่ใจว่ามีอีกกี่ใบค่ะเพราะจดหมายยายเป็นคนรับไว้ที่ตจว. และศาลที่ตจว.เป็นคนส่งจดหมายมาที่บ้านค่ะ คือผิดนัดมา 1 ปี แต่เงินเดือนหนู16000 บาท ทรัพย์สินอะไรก็ไม่มีค่ะเพราะบ้านที่ตจว.เป็นชื่อยาย มิทราบว่าจะโดนยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนมั้ยคะ แล้วถ้าไม่ไปขึ้นศาลจะเป็นอะไรไหมคะ พอดีไม่สะดวกไปด้วยค่ะเพราะมันไกล อยู่บึงกาฬค่ะ ตอนนี้ทำงานอยู่กรุงเทพ เครียดมากค่ะ ทำไรไม่ถูก หนูไม่ให้คนในครอบครัวรู้นอกจากยายคนเดียว คือหนูกะจะปิดอยู่แล้วขอเวลาอีก 3 ปี มันมีบัตรอื่นอีกค่ะ ktc , อิออน ไม่รู้ฟ้องมาพร้อมกันมั้ยอ่าค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าจะผ่อนหรือปิดหนี้ไปเลยคงไม่มีเงินเลยค่ะ ทำไงดีคะ

      ลบ