วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย ผลกระทบและการปรับตัวของ SMEs ไทย

เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย ผลกระทบและการปรับตัวของ SMEs ไทย
     ทิศทางของเศรษฐกิจโลกได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทยผ่านทางภาคการส่งออกและการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม และมีผลต่อเนื่องมายังการดำเนินธุรกิจของกิจการทุกขนาด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการพึ่งพาตลาดต่างประเทศในสัดส่วนสูง เห็นได้จากมูลค่าการส่งออกและดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยในภาพรวมและของ SMEs ปรับตัวลดลงในช่วง 8 เดือนแรก ก่อนจะทยอยฟื้นคืนมาในช่วงเดือนก.ย. และ ต.ค. 2555 ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มมีสัญญาณบวกเกิดขึ้นในฟากฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอาเซียน
     สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2555 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอนยังคงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่จะมีผลต่อการประคองอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการผลิตและภาคการส่งออก ซึ่งแม้ผลของฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในปีก่อนหน้า อาจช่วยให้อัตราการเติบโตสามารถขยายตัวได้ในระดับสูง แต่ในมิติของมูลค่านั้นคงต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยแม้ว่าจะเริ่มมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและอาเซียน รวมทั้งการฟื้นฟูความเสียหายจากภัยธรรมชาติในสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลังอย่างเต็มรูปแบบไปได้ แต่ปัญหาหนี้สาธารณะและเศรษฐกิจถดถอยยืดเยื้อในยูโรโซน รวมทั้งทิศทางค่าเงินสกุลเอเชียรวมทั้งเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นก็อาจทาให้การฟื้นตัวของระดับมูลค่าการส่งออกเป็นไปอย่างเชื่องช้าได้
     แม้เศรษฐกิจโลกอาจมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2556 แต่ผู้ประกอบการก็ควรต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจพลิกผันซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยทั้งในทางตรงจากคำสั่งซื้อที่ลดน้อยลงไปตามอุปสงค์ที่ชะลอตัว และทางอ้อมที่อาจส่งผ่านช่องทางการดิ่งลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกมีรายได้ลดลงทั้งในด้านปริมาณและราคาได้ นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักอาจมีเริ่มมีสัญญาณบวกปรากฎขึ้นให้เห็น แต่อัตราการเติบโตยังคงเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากยังมีอีกหลายตัวแปรที่อาจฉุดรั้งให้การฟื้นตัวอยู่บนเส้นทางที่ไม่สดใสเท่าที่ควร ดังนั้น ภาคธุรกิจไทยควรหันมาให้ความสนใจในการเปิดตลาดการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนบ้านที่ไทยมีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมประเพณี และกระแสความนิยมสินค้าจากประเทศไทย ที่ทำให้ไทยมีความได้เปรียบคู่ค้าต่างชาติที่ต้องการเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มประเทศดังกล่าวอยู่มาก รวมทั้งควรใช้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ในการเปิดตลาดภูมิภาคในกลุ่มประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูงอีกทางหนึ่งด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น