วันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560

บัตรเสริมบัตรหลัก ใครต้องรับผิดชอบเมื่อถูกฟ้อง

สามีมีบัตร Hsbc ดิฉันเป็นบัตรเสริม ที่ผ่านมาก้อปกติมาตลอด จนกระทั่งสามีเสียชีวิต ดิฉัน
ก้อยังใช้บัตรเสริมไปเรื่อย ๆ และชำระด้วยดีตลอด เกิดเหตุที่ดิฉันส่งเงินเข้าไม่ทันกำหนด เค้า
ก้อตามที่สามีดิฉัน และพบว่าสามีดิฉันเสียแล้ว เค้าได้ค้นหาเบอร์ของดิฉัน และติดต่อดิฉัน ซึ่ง
ดิฉันก้อบอกไปตามจริงว่าสามีเสียไปแล้ว และเค้าก้อขอปิดบัตร พร้อมทั้งขอสำเนาใบมรณะบัตร
ดิฉันก้อส่งไปให้ ซึ่งนับจากนั้นดิฉันไม่ได้ส่งเงินเข้าอีกเลย และพยายามต่อรองเพื่อผ่อนผัน
ชำระหนี้ อ้อ หนี้บัตรมีประมาณ 7หมื่น โดยขอชำระเดือนล่ะ 5พัน แต่ขอให้ระงับดอกเบี้ย เค้าก้อ
บอกไม่ได้ เค้าก้อติดต่อมาเรื่อย ๆ ดิฉันก้อพยายามขอผ่อนผันเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อต้นเดือน
เมย.52 หนี้ได้เพิ่มเป็น 8หมื่น เค้ายอมลดให้ครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 4หมื่น ประจวบกับเพื่อน
ที่เคยยืมเงินดิฉันไปจะคืนเงินให้ ดิฉันจึงตกปากรับคำจะนำเงินไปชำระในวันที่ 20 เมย.52
แต่ปรากฎว่าเพื่อนดิฉันประสบเหตุในเหตุการณ์เสื้อแดง และป่วยอยุ่ใน รพ. ทำให้ยังไม่สามารถ
คืนเงินดิฉันได้ ดิฉันก้อไม่มีเงินไปคืนให้ ในกรณีนี้ดิฉันจะทำอย่างไรดี ซึ่งดิฉันไม่มีเงินพอที่
จะใช้หนี้ได้ ถ้าปล่อยให้ฟ้องศาลเลยจะทำให้ดิฉันติดหนี้เสียในเครดิตบูโรหรือไม่ค่ะ ขอความ
กรุณาด้วยค่ะ

ต่ปรากฎว่าเพื่อนดิฉันประสบเหตุในเหตุการณ์เสื้อแดง และป่วยอยุ่ใน รพ. ทำให้ยังไม่สามารถ
คืนเงินดิฉันได้ ดิฉันก้อไม่มีเงินไปคืนให้

QUOTE:
ในกรณีนี้ดิฉันจะทำอย่างไรดี ซึ่งดิฉันไม่มีเงินพอที่
จะใช้หนี้ได้


เก็บเงินให้อยู่กับตัวให้มากที่สุดไข้ไว้ครับ

QUOTE:
ถ้าปล่อยให้ฟ้องศาลเลยจะทำให้ดิฉันติดหนี้เสียในเครดิตบูโรหรือไม่ค่ะ ขอความ
กรุณาด้วยค่ะ
[/quote]

ปล่อยฟ้องศาลเลยก็โดนเจ้าหนี้ ฟ้องรวมค่าทวงถาม ดอกเบี้ย ค่าทนาย แน่ๆเลย ไม่ดีหรอกครับ

ส่วน หนี้เสีย ในบูโร ติดแน่นอน จนกว่าคุณจะเคลียร์หนี้ทั้งหมดที่คุณมี ทุกๆเจ้า ผ่านพ้นไป 3 ปี (กรณีบุคคลธรรมดา) ก็หลุดบูโร ประวัติเคลียร์ทั้งหมด ส่วน (นิติบุคล 5 ปี)

ถาม : ดิฉันก้อบอกไปตามจริงว่าสามีเสียไปแล้ว และเค้าก้อขอปิดบัตร พร้อมทั้งขอสำเนาใบมรณะบัตร ดิฉันก้อส่งไปให้ ซึ่งนับจากนั้นดิฉันไม่ได้ส่งเงินเข้าอีกเลย และพยายามต่อรองเพื่อผ่อนผันชำระหนี้ อ้อ หนี้บัตรมีประมาณ 7หมื่น โดยขอชำระเดือนล่ะ 5พัน แต่ขอให้ระงับดอกเบี้ย เค้าก้อบอกไม่ได้ เค้าก้อติดต่อมาเรื่อย ๆ ดิฉันก้อพยายามขอผ่อนผันเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อต้นเดือน
เมย.52 หนี้ได้เพิ่มเป็น 8หมื่น เค้ายอมลดให้ครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 4หมื่น ประจวบกับเพื่อนที่เคยยืมเงินดิฉันไปจะคืนเงินให้ ดิฉันจึงตกปากรับคำจะนำเงินไปชำระในวันที่ 20 เมย.52 แต่ปรากฎว่าเพื่อนดิฉันประสบเหตุในเหตุการณ์เสื้อแดง และป่วยอยุ่ใน รพ. ทำให้ยังไม่สามารถคืนเงินดิฉันได้ ดิฉันก้อไม่มีเงินไปคืนให้ ในกรณีนี้ดิฉันจะทำอย่างไรดี



ส่วนเรื่องถ้าเป็นหนี้จาก "บัตรเสริม" แล้วต้องใช้หนี้เมื่อถูกฟ้องด้วยหรือไม่...ก็เคยตอบไปแล้วเช่นกันว่า

โจทก์ไม่สามารถอ้างได้ว่า จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชำระชอบหนี้ใดๆร่วมกับจำเลยที่1 โดยอาศัยตาม ประกาศ/คำสั่ง ของ ธปท.ว่าด้วยเรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตลงวันที่ 23 มีนาคม 2547 ตามข้อ 4.2 และข้อ 4.3 ที่กำหนดเอาไว้ว่า

4.2 ในประกาศนี้
บัตรหลักหมายความว่า บัตรเครดิตที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ออกให้แก่ผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภค ที่เป็นผู้มีรายได้หรือฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับการชำระหนี้ตามบัตรเครดิตได้
บัตรเสริมหมายความว่า บัตรเครดิตที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ออกให้แก่ผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภค ที่ผู้ถือบัตรหลักยินยอมให้ใช้จ่ายเงินภายในวงเงินของผู้ถือบัตรหลัก และผู้ถือบัตรหลักจะเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรเสริมทั้งหมด

4.3 คุณสมบัติของผู้ถือบัตรเครดิต
กรณีผู้ถือบัตรหลัก
ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต จะออกบัตรหลักให้แก่ผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภคได้ เมื่อผู้ถือบัตรหรือผู้บริโภคมีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(1) มีรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆรวมกันไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน หรือไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท ต่อปี โดยต้องแสดงหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้
(2) เป็นผู้มีรายได้หรือเคยมีรายได้จากการทำมาหาได้ของตนเอง โดยพิจารณาจากกระแสเงินสดหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของสถาบันการเงิน เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นผู้มีฐานะทางการเงินเพียงพอสำหรับการชำระเงินตามบัตรเครดิตได้
กรณีผู้ถือบัตรเสริม
ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตอาจออกบัตรเสริมให้กับผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติตาม (1)-(2) ข้างต้น หรือผู้ที่ไม่มีรายได้ประจำ ภายใต้สัญญาที่ทำกับผู้ถือบัตรหลัก โดยวงเงินการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรเสริม ต้องอยู่ภายในวงเงินของผู้ถือบัตรหลักเท่านั้น และผู้ถือบัตรหลักจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้อันเกิดจากบัตรเสริมทั้งหมด


ถาม : ถ้าปล่อยให้ฟ้องศาลเลยจะทำให้ดิฉันติดหนี้เสียในเครดิตบูโรหรือไม่ค่ะ ขอความกรุณาด้วยค่ะ
ตอบ : ท้าให้มันฟ้องเลยครับ...แล้วก็ไปสู้คดีที่ชั้นศาล ซึ่งผมมั่นใจว่าคุณต้องชนะคดีแน่ๆ โดยชนะแบบ "ยกฟ้อง" ให้กับจำเลยที่ 2 (ซึ่งหมายถึงตัวคุณนั่นแหละ)

แล้วคุณก็เอา"คำพิพากษา"นี้ ไปเขียนคำร้องที่เครดิตบูโร เพื่อใ้ห้ทำการ Update ข้อมูลของคุณให้เป็นสถานะ L3 (ศาลพิพากษายกฟ้อง)...หลังจากนั้นคุณก็รอไปอีก 3 ปี ข้อมูลในเครดิตบูโรของคุณมันก็จะถูกลบออกไปเองตามข้อกฏหมาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น