บทความ

ผ่อนบ้านอย่างไรให้หมดเร็ว

หลายคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกอยู่อาจจะยังไม่รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการ “ผ่อนบ้าน” เพราะคนที่มีบ้านเป็นของตัวเองนั้นน้อยคนที่จะสามารถซื้อบ้านเป็นเงินสดๆ ได้ ต้องอาศัยการผ่อนชำระเป็นงวดๆ ค่างวดแต่ละงวดก็จะกลายไปเป็น “ดอกเบี้ย” เสียส่วนใหญ่ กว่าจะผ่อนกันหมดก็อาจจะแก่ไปก่อน แต่สำหรับผมแล้วหนี้ก้อนนี้ผมจะถือว่าเป็น “หนี้แห่งความสุข” ครับ เพราะการที่เรามีบ้านเป็นของตัวเองนั้นมันเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายกันได้ เลย สำหรับระยะเวลาผ่อนส่งบ้านที่ ยาวนาน 20-30 ปี ถ้าหากเริ่มต้นผ่อนที่อายุ 30 ปี บางคนจะผ่อนหมดเมื่ออายุ 60 ปี หรือเกษียณพอดี คนบางกลุ่มถามว่าทำไมไม่เริ่มให้เร็วกว่าอายุ 30 ปี เช่น อายุ 25 ปี หรือน้อยกว่านั้น คำตอบในใจของมนุษย์เงินเดือนที่เคยผ่อนบ้านหลังแรกคงจะตอบด้วยเสียงเบาๆ ว่า… เริ่มเร็วนั้นยากเพราะกว่าที่จะสะสมเงินดาวน์บ้านให้ได้สักหลัง คิดอย่างง่ายๆ ที่ 500,000 บาท ทำงานกี่ปีจึงจะมีเงินเก็บเท่านี้ ที่สำคัญคนที่มีวินัยทางการเงินต่ำ ทำงานใหม่ๆ มีเงินก้อนจากโบนัส หรือได้เงินเดือนเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ ก็ผันไปเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือหรือรถยนต์กันเ

จะหมดปี 56 แล้วทำกันไปได้กี่ข้อแล้วครับ

รูปภาพ
ยังไงก็ทบทวนกันก่อนจะสิ้นปีนะครับ อันดับแรกเลย ทำบัญชีรายรับรายจ่ายกันหรือยัง กันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ไว้สัก 3 ถึง 6 เดือนของรายจ่ายทุกเดือนนะครับ เช่น รายจ่ายทุกเดือนอยู่ที่ 20,000 บาท ก็ควรมีเงินออมซัก 60,000 ถึง 120,000 บาทก่อนนะครับ ก่อนที่จะคิดทำอะไรต่อไปครับ หลังจากนั้นก็ทบทวนความคุ้มครองให้กับตัวเองและคนในครอบครัว   คุณมีประกันชีวิตหรือยังครับ ประกันสุขภาพล่ะ  ถ้าคุณเป็นอะไรไปครอบครัวคุณเดือดร้อนหรือไม่   หรือ เกิดเจ็บป่วยมีอะไรมาทดแทนรายได้ที่ขาดหายไปหรือไม่ครับ คิดทำประกันให้คนในครอบครัวด้วยก็ดีครับ การทำประกันหลายท่านอาจคิดว่าเสียเปล่า แต่ผมมองว่าเป็นการใช้เงินเล็กรักษาเงินก้อนใหญ่ บางท่านเงินเก็บมาทั้งชีวิตหมดไปเมื่อไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุ การทำประกันเหมือนส่งต่อความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันครับ แล้วจะมาพูดถึงข้ออื่นๆต่อไปนะครับ

บทเรียนสอนใจคนซื้อคอนโดเก่า

จากผู้เช่า เป็นเจ้าของ เท้าความไปเมื่อปี ๔๙ ผมได้จองซื้อคอนโดวันแถวลาดพร้าว หลัง จากที่ได้อาศัยข้อมูลในเวปพันธ์ทิพย์ ห้องชายคา คอนโด เลยตัดสินใจลางานไปจอง การอ่านความเห็นของคนที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นกูรู ก็มีผลต่อการตัดสินใจของเราเหมือนกัน ตอนนั้นประสบการณ์เรายังอ่อนด้อยในเรื่องคอนโดเป็นอย่างมาก บรรยากาศ วันจองก็เต็มไปด้วยผู้คน ที่ซื้ออยู่เองก็มี เก็งกำไรก็เยอะ เราได้มาห้องหนึ่ง กะเอาไว้อยู่เอง คอนโดมี เก้าชั้น เราได้ห้องมุมชั้นแปด จำเนียรกาลผ่านไป เมื่อเดือนเมษายน ๕๑ ทางโครงการแจ้งว่าจำเป็นต้องทำการทุบชั้นเก่าทิ้ง เพราะเกินกว่าความสูงที่กฏหมายกำหนด คือมันจะเกิน ๒๓ เมตร ต้องเว้นระยะข้างมากกว่าเดิม ซึ่งคอนโดคงเว้นไม่ได้เพราะติดบ้านคน เขาถามเราว่าจะเอาไหม เราบอกว่า เราไม่อยากอยู่ชั้นบนสุด ร้อน รั่ว ซึม ขอเงินเราคืนมาเถอะ เขาก็ให้คืน แต่เราต้องไปเซ็นต์สัญญาว่าจะไม่ฟ้องเขา หลังจากนั้นมาเราก็เริ่มหันมามองคอนโดเก่านอกกระแสซักหน่อย ในที่สุดผมก็ได้ซื้อคอนโดเก่า สร้างเมื่อปี ๓๗ แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร ว่ามันเก่า ที่ซื้อเพราะอยากมีที่อยุ่ ไม่อยากเช่า อยากแต่งห้อง อะไร

วางแผนเกษียณ

วังว่าอายุ 40 หนี้ที่มีอยู่จะเบาบางลง ตอนนี้ก็ทยอยใช้ไปเรื่อยๆ บางทีก็เบื่องานประจำเหมือนกัน มันมีอารมณ์อยากลาออกเป็นบางครั้ง อายุ 50 จะมีเงินลงทุนซัก 5 ล้าน ซื้อกองทุน พันธบัตร หุ้นกู้ ได้ผลตอบแทนซักปีละ 5% หักภาษีแล้ว ก็ได้ 250,000 เฉลี่ยเดือนละ 20,000 มีห้องเช่า 4 ห้อง ได้เดือนละ 6,000 ทาวน์เฮ้าส์ให้เช่า น่าจะได้เดือนละ 4,000-5,000 ทาวน์เฮ้าส์ในเมือง ให้เช่า น่าจะได้เดือนละ 7,500 รวมๆ เดือนละ 37,000 ก็ไม่เลวนะ ยังไงขอฝันเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เป็นหนี้อยู่ 3 ล้านกว่าบ้าน เหมือนติดลบ ผ่อนทาวน์เฮ้าส์ 2 หลัง ห้องเช่าที่ไปสร้างไว้อีก สู้กันต่อไป

การบริหารเงินของผู้เกษียณ

การบริหารเงินของผู้เกษียณ 21 ตุลาคม 2556 ห้องความรู้บัวหลวง (บทความ)            สิ่งที่ต้องระมัดระวัง           1. การจ่ายเงินก้อนให้ลูกหลาน หรือเพื่อนฝูง เช่น เพื่อนขอยืม ซื้อรถให้ลูกหลาน ต้องมั่นใจว่าไม่กระทบต่อเงินออมเพื่อดำรงชีพหลังเกษียณของเรา จะให้ดีก็อย่าไปให้เลย เพราะนี่คือเงินก้อนสุดท้ายของเรา           2. ระวังอาชีพใหม่ที่ต้องลงทุนสูง เช่นหลายคนมีความฝันจะไปทำสวนทำไร่ ซื้อที่ลงทุน ปลูกบ้านในต่างจังหวัด ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กๆ  แต่ลืมไปว่าตนเองไม่มีประสบการณ์มาก่อน และไม่มีแรงเท่าวัยหนุ่มสาว อาจทำให้เงินที่ทำงานมาทั้งชีวิตหดหายไป           3. ระวังการต้มตุ๋น โดยเฉพาะเวลามีคนเข้ามาเยินยอความสำเร็จในอดีต ทำให้หลงเชื่อ ถูกหลอกให้จ่ายเงินได้ มารเหล่านี้มักพุ่งเป้าหมายที่คนสูงอายุเพราะมีเงินก้อนในมือ และไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมโจรทางที่ดีแล้วอย่าไปเป็นพ่อยกแม่ยกให้ใคร            เรื่องที่ต้องพิจารณาและเตรียมการทันที           1. เกษียณแล้วจะว่างจัด ความว่าง + เงินก้อนในมือ เสี่ยงต่อการใช้จ่ายอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง           2. ตร

โปรแกรมออมทอง อีกหนึ่งทางเลือกการออมครับ

รายละเอียดโปรแกรมออมทอง           โปรแกรมออมทองจะช่วยบริหารการออมของคุณ โดยนำเงินไปเฉลี่ยและทยอยซื้อทองให้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน บริษัทฯ จะนำเงินตามจำนวนที่ลูกค้าแจ้งและชำระไว้ (ขั้นต่ำ 1,000 บาท) ไปหารเฉลี่ยเป็นเงินออมต่อวันและซื้อทองคำให้ทุกวันทำการ เช่น เงินออมต่อเดือนคือ 1,000 บาท หากใน 1 เดือนมี 20 วันทำการ จะได้เงินออมต่อวัน = 1,000 บาท ÷ 20 วันทำการ = วันละ 50 บาท นั่นคือบริษัทฯ จะซื้อทองทุกวันทำการ ด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน วันละ 50 บาท โดยใช้ราคาทองคำตามประกาศของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย เวลา 16.00 น. ของทุกวัน และทุกสิ้นวันทำการสุดท้ายของเดือน ทางบริษัทฯ จะแจ้งสถานะการออมของเดือนนั้นๆ ทาง e-mail พร้อมใบเสร็จรับเงิน โปรแกรมออมทองของบริษัท ออสสิริสฯ มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนการออมได้ดังนี้

มีหนี้เท่าไร ถึงเรียกว่ามากเกินไป โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย / teeraphutrakul@gmail.com

มีหนี้เท่าไร ถึงเรียกว่ามากเกินไป โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย / teeraphutrakul@gmail.com   ในยามที่หนี้ครัวเรือนในประเทศอยู ่ในระ ดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่าง ในปัจจุบันที่ 80% ของ GDP ประเด็นที่หลายคนกังวล คือ มีหนี้สักเท่าไร จึงจะเรียกว่ามากเกินไปหรือมากเ กินตัว หนี้ประเภทไหน ที่น่าจะจัดการด้วยการใช้เครดิต แทนที่จะจ่ายเงินสด เพื่อช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ถูก ต้องในเรื่องการก่อหนี้ส่วนบุคค ล หรือ Personal Debt บทความนี้จะแสดงให้เห็นว่าระดับ ของการผ่อนหนี้บ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และการเรียนควรอยู่ในอัตราเท่าใ ด จึงจะเรียกว่าเหมาะสม           รวมทั้งจะอธิบายวิธีที่ดีที่สุด ในการจัดการหนี้ส่วนตัวของท่านด ้วย ในโลกแห่งการบริโภคนิยมนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทีเดี ยวที่คนเราจะดำรงชีวิตในสังคมเม ืองโดยไม่มีการก่อหนี้ คนส่วนใหญ่ของสังคมไม่สามารถจ่า ยค่าซื้อบ้านเป็นเงินสด หรือซื้อรถด้วยเงินสด จ่ายค่าเล่าเรียนบุตรหลานเป็นเง ินสด (ยกเว้นกรณีส่งบุตรหลานไปศึกษาต ่อต่างประเทศ ซึ่งจะต้องชำระเงินสดในสกุลเงิน ต่างประเทศ) แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็มักจะปล่อยใ ห้มีหนี