บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2013

ผ่อนบ้านอย่างไรให้หมดเร็ว

หลายคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกอยู่อาจจะยังไม่รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการ “ผ่อนบ้าน” เพราะคนที่มีบ้านเป็นของตัวเองนั้นน้อยคนที่จะสามารถซื้อบ้านเป็นเงินสดๆ ได้ ต้องอาศัยการผ่อนชำระเป็นงวดๆ ค่างวดแต่ละงวดก็จะกลายไปเป็น “ดอกเบี้ย” เสียส่วนใหญ่ กว่าจะผ่อนกันหมดก็อาจจะแก่ไปก่อน แต่สำหรับผมแล้วหนี้ก้อนนี้ผมจะถือว่าเป็น “หนี้แห่งความสุข” ครับ เพราะการที่เรามีบ้านเป็นของตัวเองนั้นมันเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายกันได้ เลย สำหรับระยะเวลาผ่อนส่งบ้านที่ ยาวนาน 20-30 ปี ถ้าหากเริ่มต้นผ่อนที่อายุ 30 ปี บางคนจะผ่อนหมดเมื่ออายุ 60 ปี หรือเกษียณพอดี คนบางกลุ่มถามว่าทำไมไม่เริ่มให้เร็วกว่าอายุ 30 ปี เช่น อายุ 25 ปี หรือน้อยกว่านั้น คำตอบในใจของมนุษย์เงินเดือนที่เคยผ่อนบ้านหลังแรกคงจะตอบด้วยเสียงเบาๆ ว่า… เริ่มเร็วนั้นยากเพราะกว่าที่จะสะสมเงินดาวน์บ้านให้ได้สักหลัง คิดอย่างง่ายๆ ที่ 500,000 บาท ทำงานกี่ปีจึงจะมีเงินเก็บเท่านี้ ที่สำคัญคนที่มีวินัยทางการเงินต่ำ ทำงานใหม่ๆ มีเงินก้อนจากโบนัส หรือได้เงินเดือนเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ ก็ผันไปเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือหรือรถยนต์กันเ

จะหมดปี 56 แล้วทำกันไปได้กี่ข้อแล้วครับ

รูปภาพ
ยังไงก็ทบทวนกันก่อนจะสิ้นปีนะครับ อันดับแรกเลย ทำบัญชีรายรับรายจ่ายกันหรือยัง กันเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน ไว้สัก 3 ถึง 6 เดือนของรายจ่ายทุกเดือนนะครับ เช่น รายจ่ายทุกเดือนอยู่ที่ 20,000 บาท ก็ควรมีเงินออมซัก 60,000 ถึง 120,000 บาทก่อนนะครับ ก่อนที่จะคิดทำอะไรต่อไปครับ หลังจากนั้นก็ทบทวนความคุ้มครองให้กับตัวเองและคนในครอบครัว   คุณมีประกันชีวิตหรือยังครับ ประกันสุขภาพล่ะ  ถ้าคุณเป็นอะไรไปครอบครัวคุณเดือดร้อนหรือไม่   หรือ เกิดเจ็บป่วยมีอะไรมาทดแทนรายได้ที่ขาดหายไปหรือไม่ครับ คิดทำประกันให้คนในครอบครัวด้วยก็ดีครับ การทำประกันหลายท่านอาจคิดว่าเสียเปล่า แต่ผมมองว่าเป็นการใช้เงินเล็กรักษาเงินก้อนใหญ่ บางท่านเงินเก็บมาทั้งชีวิตหมดไปเมื่อไม่สบาย หรือเกิดอุบัติเหตุ การทำประกันเหมือนส่งต่อความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันครับ แล้วจะมาพูดถึงข้ออื่นๆต่อไปนะครับ

บทเรียนสอนใจคนซื้อคอนโดเก่า

จากผู้เช่า เป็นเจ้าของ เท้าความไปเมื่อปี ๔๙ ผมได้จองซื้อคอนโดวันแถวลาดพร้าว หลัง จากที่ได้อาศัยข้อมูลในเวปพันธ์ทิพย์ ห้องชายคา คอนโด เลยตัดสินใจลางานไปจอง การอ่านความเห็นของคนที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นกูรู ก็มีผลต่อการตัดสินใจของเราเหมือนกัน ตอนนั้นประสบการณ์เรายังอ่อนด้อยในเรื่องคอนโดเป็นอย่างมาก บรรยากาศ วันจองก็เต็มไปด้วยผู้คน ที่ซื้ออยู่เองก็มี เก็งกำไรก็เยอะ เราได้มาห้องหนึ่ง กะเอาไว้อยู่เอง คอนโดมี เก้าชั้น เราได้ห้องมุมชั้นแปด จำเนียรกาลผ่านไป เมื่อเดือนเมษายน ๕๑ ทางโครงการแจ้งว่าจำเป็นต้องทำการทุบชั้นเก่าทิ้ง เพราะเกินกว่าความสูงที่กฏหมายกำหนด คือมันจะเกิน ๒๓ เมตร ต้องเว้นระยะข้างมากกว่าเดิม ซึ่งคอนโดคงเว้นไม่ได้เพราะติดบ้านคน เขาถามเราว่าจะเอาไหม เราบอกว่า เราไม่อยากอยู่ชั้นบนสุด ร้อน รั่ว ซึม ขอเงินเราคืนมาเถอะ เขาก็ให้คืน แต่เราต้องไปเซ็นต์สัญญาว่าจะไม่ฟ้องเขา หลังจากนั้นมาเราก็เริ่มหันมามองคอนโดเก่านอกกระแสซักหน่อย ในที่สุดผมก็ได้ซื้อคอนโดเก่า สร้างเมื่อปี ๓๗ แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร ว่ามันเก่า ที่ซื้อเพราะอยากมีที่อยุ่ ไม่อยากเช่า อยากแต่งห้อง อะไร